คนวัยทำงานกำลังวางแผนเก็บเงินซื้อบ้าน

วิธีวางแผนซื้อบ้าน และเก็บเงินฉบับอาชีพอิสระ กู้ผ่านชัวร์

เรื่องAdminCustomer

       หัวใจสำคัญของการมีบ้านสำหรับคนทำอาชีพอิสระคือการสร้างวินัยทางการเงินและความน่าเชื่อถือให้ธนาคารเห็นอย่างชัดเจน โดยเริ่มจากการจัดระเบียบบัญชีให้เป็นระบบด้วยการแยกบัญชีธุรกิจออกจากเงินออมและการจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง เพื่อสร้างรายการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอและสะท้อนรายได้ที่แท้จริง นอกจากนี้ควรจำลองสถานการณ์การผ่อนจริงด้วยการหักเงินออมให้มากกว่ายอดผ่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อทดสอบความพร้อมของกระแสเงินสดและลดภาระดอกเบี้ยในอนาคตด้วยเงินดาวน์ที่เหมาะสม ที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมหลักฐานรายรับและการยื่นภาษีให้ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความฝันในการเป็นเจ้าของทาวน์โฮมโครงการใหม่ให้กลายเป็นความจริงที่มั่นคงและไม่เป็นภาระในระยะยาว

การเป็นเจ้าของบ้านในฝันสักหลัง ล้วนแล้วแต่เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของใครหลายคน แต่สำหรับคนที่ทำอาชีพอิสระ ขายของออนไลน์ หรือฟรีแลนซ์ อาจจะคิดว่าการเก็บเงินซื้อบ้านและการขอกู้เป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีรายได้ประจำเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นกู้ธนาคาร แต่ที่จริงแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะสุดท้ายอยู่ที่ว่าคุณจัดการเงินอย่างไรให้มั่นคงพอที่ธนาคารจะเชื่อมั่น และตัวคุณเองก็ผ่อนได้อย่างสบายใจในระยะยาว

บทความนี้จะพาทุกคนที่ทำอาชีพอิสระไปวางแผนซื้อบ้านอย่างเป็นระบบและมั่นคง 

 

แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีเงินออม

ปัญหาหลักของคนที่ไม่ได้ทำงานประจำคือ เงินที่ใช้ส่วนตัวกับเงินที่ใช้ทำธุรกิจหรือค้าขายปนกันมั่วไปหมด และเมื่อเงินอยู่รวมในกระเป๋าเดียวกัน ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงแล้วมีกำไรเท่าไร และสามารถผ่อนบ้านได้จริงไหม ดังนั้น ใครอยากเก็บเงินซื้อบ้านให้ทำตามเทคนิคดังนี้  

สร้างเงินเดือนให้ตัวเอง

ในขั้นตอนแรกจะต้องทำให้ธนาคารรู้ว่าเรามีรายได้ที่มั่นคง โดยการจ่ายเงินเดือนให้กับตัวเองเป็นรายได้ที่แน่นอนในทุกเดือน โดยอาจกำหนดเงินเดือนตัวเองไว้ที่ 40,000 หรือ 50,000 บาท แล้วโอนเข้าบัญชีส่วนตัวในวันที่แน่นอน เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน วิธีนี้จะช่วยสร้าง Statement ที่สวยงามและสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญยังรับรู้ได้ว่าธุรกิจของเราสร้างรายได้และมีกำไรกี่บาทกันแน่ 

กฎการแยกเงินเป็น 3 บัญชี

แนะนำให้เริ่มจัดระเบียบทางการเงิน โดยการแยกเงินเป็น 3 บัญชี ดังนี้ 

  • บัญชีหมุนเวียน ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในธุรกิจ ค่าวัตถุดิบ ค่าโฆษณา และการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปเป็นบัญชีที่เงินเข้า-ออกบ่อยที่สุด
  • บัญชีเงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับอาชีพอิสระ ความเสี่ยงคือความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควรมีเงินก้อนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ อย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อให้แผนการซื้อบ้านไม่สะดุดหากเจอช่วงเศรษฐกิจซบเซา หรือเจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้
  • บัญชีเงินดาวน์บ้าน นี่คือเป้าหมายหลักที่คุณต้องออมเพิ่มขึ้นทุกเดือน และห้ามถอนมาใช้เด็ดขาด บัญชีนี้จะเป็นตัววัดว่าคุณมีความตั้งใจจริงในการวางแผนซื้อบ้านมากแค่ไหน

   

ออมแบบจำลองสถานการณ์จริง

การผ่อนบ้านเป็นภาระทางการเงินระยะยาว ซึ่งก่อนที่จะตกลงปลงใจเซ็นสัญญา ควรจะลองจำลองสถานการณ์จริงในการผ่อนในแต่ละเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนบ้านได้ตลอดรอดฝั่ง 

ออมเท่ากับค่าผ่อนจริง + 10%

ลองสำรวจราคาบ้านที่ต้องการซื้อว่าแต่ละเดือนจะผ่อนประมาณกี่บาท จากนั้นค่อยเริ่มฝึกหักเงินออมจำนวนนั้น โดยบวกเพิ่มอีก 10% เข้าบัญชีเงินออมติดกันอย่างน้อย 6-12 เดือน 

ตัวอย่างเช่น หากต้องการซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องผ่อนเดือนละ 20,000 บาท ให้หักเข้าบัญชีเดือนละ 22,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อดูว่าเงินที่เหลือสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ตึงมือหรือไม่ หากสามารถทำตามแผนนี้ได้โดยไม่รู้สึกเดือดร้อนหรือต้องไปหยิบยืมใคร แสดงว่าสถานะทางการเงินพร้อมสำหรับการมีบ้านแล้ว และเงินก้อนที่ออมไว้นี้ก็จะกลายเป็นเงินดาวน์ได้อีกด้วย 

เป้าหมายเงินดาวน์ 20%

แม้ปัจจุบันจะมีมาตรการกู้ได้ 100% แต่สำหรับอาชีพอิสระ การมีเงินดาวน์ 20% ของราคาบ้านคือ Safe Zone ที่ดีที่สุดด้วยเหตุผล 3 ประการ

  • กู้ผ่านง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้
  • ลดภาระดอกเบี้ย ยอดกู้น้อย ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดสัญญาจะลดลง 
  • ค่างวดต่อเดือนถูกลง ช่วยให้มีกระแสเงินสดในแต่ละเดือนเหลือมากขึ้น 

บันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด

อย่าคิดว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายไม่สำคัญ เพราะตัวเลขเหล่านี้จะบอกแนวโน้มของธุรกิจ ยอดขาย และงานที่ทำอยู่ เดือนที่รายได้สูงเป็นพิเศษ อย่ารีบเอาไปใช้ฟุ่มเฟือย แต่ให้โปะเข้าบัญชีเงินออมเพื่อถัวเฉลี่ยกับเดือนที่รายได้น้อย วิธีนี้จะช่วยให้กราฟการเงินดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาธนาคาร

 

สะสมความน่าเชื่อถือ ผ่านวินัยทางการเงิน

การปล่อยกู้ของธนาคารไม่ได้ขึ้นอยู่กับวาทศิลป์ แต่ขึ้นอยู่กับหลักฐานทางการเงิน ดังนั้น ยิ่งมีเอกสารที่แสดงรายได้มากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการกู้เงินซื้อบ้านมากขึ้นเท่านั้น 

เก็บหลักฐานทุกครั้งที่รับเงิน

ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์สายกราฟิก หรือพ่อค้าออนไลน์แนะนำให้เก็บเอกสารทางการเงิน ดังต่อไปนี้ 

  • ใบเสร็จรับเงิน/ใบแจ้งหนี้ 
  • สัญญาจ้างงาน สำหรับฟรีแลนซ์ที่เป็น Project-based
  • พอร์ตโฟลิโอความสำเร็จ ถ่ายภาพสต๊อกสินค้า หน้าร้าน หรือยอดสั่งซื้อในแพลตฟอร์มต่างๆ เก็บไว้เป็นหลักฐานว่าธุรกิจของคุณมีการเคลื่อนไหวจริงและเติบโตต่อเนื่อง

การวางแผนภาษีควบคู่การออม

หลายคนอาจจะไม่อยากยื่นภาษี เพราะกลัวต้องเสียเงินจำนวนมาก แต่สำหรับการวางแผนซื้อบ้าน การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) เป็นประจำทุกปี จะช่วยการันตีว่ามีรายได้จริง และมีความน่าเชื่อถือสูง 

 

มองหาบ้านในฝัน เลือกบ้านจากเมซง

สำหรับใครที่มองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการทำงานที่เป็นส่วนตัว ทาวน์โฮม โครงการใหม่พร้อมอยู่ จาก Maison Development คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ เราเข้าใจถึงความต้องการพื้นที่ที่มากกว่าแค่การพักผ่อน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ

และขอแนะนำ โครงการ M Venue (พระราม3-ประชาอุทิศ27) ทาวน์โฮมดีไซน์โมเดิร์นที่โดดเด่นด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อทุกโอกาสทางธุรกิจและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไร หากมีการวางแผนที่ดี บ้านในฝันที่ตอบโจทย์ Lifestyle ของคุณก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. วิธีเก็บเงินซื้อบ้าน (ที่นำไปใช้ได้จริง). สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://blog.ghbank.co.th/save-to-buy-a-house/

Related Posts

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า