Lifestyle Inflation คือภาวะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นตามสัดส่วนของรายได้ที่มากขึ้น

Lifestyle Inflation ทำไมยิ่งรายได้สูง ยิ่งใช้เงินฟุ่มเฟือย

เรื่องAdminCustomer

       Lifestyle Inflation คือภาวะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้นตามสัดส่วนของรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งมักเกิดจากพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือย เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพตามสังคมหรือการให้รางวัลตัวเองจนเกินพอดี ส่งผลให้แม้จะมีเงินเดือนสูงขึ้นแต่กลับไม่มีเงินออมเพิ่มขึ้นเลย การรู้อิทธิพลของกับดักนี้และรู้จักวิธีบริหารเงินอย่างถูกต้อง เช่น การวางแผนงบประมาณ การสร้างเงินสำรอง และการเลือกสะสมสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าในระยะยาว แทนที่จะใช้เงินเปลืองไปกับวัตถุชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินที่แท้จริง

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมในวันที่เราได้เลื่อนตำแหน่งหรือได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น แทนที่จะมีเงินเก็บในบัญชีมากขึ้นตามตัวเลขรายได้ แต่กลับกลายเป็นว่าช่วงปลายเดือนเรายังคงต้องนั่งนับวันรอเงินเดือนออกไม่ต่างจากตอนที่รายได้ยังน้อยอยู่? ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือกับดักทางการเงินที่สุดอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Lifestyle Inflation หรือ ภาวะรวยหลอก ๆ ที่ทำให้คนทำงานจำนวนมากตกอยู่ในวงจรของการทำงานหนักเพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับไลฟ์สไตล์ที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนหลงลืมวิธีบริหารเงิน และการตั้งเป้าหมายถึงความมั่นคงในระยะยาว

 

ทำความรู้จัก Lifestyle Inflation เมื่อรสนิยมสูงเกินรายได้ 

Lifestyle Inflation คือ สภาวะที่เมื่อบุคคลมีรายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการได้โบนัส การปรับเงินเดือน หรือรายได้จากอาชีพเสริม แล้วเลือกที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อยกระดับการใช้ชีวิตให้หรูหราขึ้นทันที 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จากเดิมที่เคยดื่มกาแฟชงเองหรือกาแฟรถเข็นหน้าออฟฟิศ ก็เปลี่ยนเป็นกาแฟแบรนด์ทุกเช้า หรือจากเดิมที่ขับรถใช้งานทั่วไปพอเงินเดือนขึ้นก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นรถยุโรปป้ายแดงทันที พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้ยอดเงินออมสุทธิไม่ขยับไปไหน แม้ว่ายอดรายรับจะสูงขึ้นก็ตาม 

สาเหตุที่ทำให้ชีวิตติดเฟ้อ

การที่คนทุกวันนี้ใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเงินไปกับของไม่จำเป็น มักมาจากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้ 

  • อิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย การเห็นไลฟ์สไตล์ของเพื่อนร่วมงานหรือคนในสังคมออนไลน์ที่ดูดี มีของใช้แบรนด์เนม หรือท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อยครั้ง กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเปรียบเทียบ (Social Comparison) โดยไม่รู้ตัว
  • ค่านิยมการให้รางวัลตัวเองที่ผิดเพี้ยน หลายคนรู้สึกว่าต้องซื้อของราคาแพงเพื่อให้ดูคู่ควรกับระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น จนกลายเป็นพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือย เพียงเพื่อรักษาสถานะทางสังคม
  • การยกระดับการกินอยู่แบบทันทีทันใด เมื่อเห็นตัวเลขเงินเดือนเพิ่มขึ้น ก็รีบอัปเกรดมาตรฐานการใช้ชีวิตทุกด้านพร้อมกัน โดยไม่ได้คำนวณงบประมาณสำรอง
  • มองข้ามค่าใช้จ่ายแฝง การเพิ่มภาระให้ตัวเองผ่านวัตถุชิ้นใหญ่มักมาพร้อมค่าใช้จ่ายที่ตามมาเสมอ เช่น ค่าเสื่อมสภาพของรถหรู ค่าบำรุงรักษาสินค้าแบรนด์เนม หรือดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากการผ่อนชำระ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่าคุณกำลังติดกับดัก Lifestyle Inflation เข้าอย่างจัง

 

สัญญาณเตือนว่ากำลังเริ่มใช้เงินเปลือง จนเกินควบคุม 

ก่อนที่จะสายเกินไป ลองสำรวจตัวเองดูว่ามีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่ 

  • เงินออมเท่าเดิมแม้รายได้เพิ่ม หากผ่านไป 1 ปี เงินเดือนขึ้น 10-20% แต่สัดส่วนเงินออมต่อเดือนยังคงเท่าเดิม หรือบางเดือนต้องดึงเงินออมมาใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  • หนี้บริโภคเพิ่มขึ้น เริ่มมีการใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน หรือผ่อนชำระสินค้าฟุ่มเฟือยหลายรายการพร้อมกัน
  • ความสุขขึ้นอยู่กับการซื้อของ รู้สึกว่าต้องซื้อของใหม่ตลอดเวลาเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการทำงาน

 

วิธีบริหารเงิน เพื่อหลุดจากกับดักทางการเงินอย่างยั่งยืน

ใครที่กำลังติดกับดัก Lifestyle Inflation อยากหลุดพ้นจากวงจรนี้และสร้างอิสระทางการเงินที่แท้จริง ลองนำวิธีบริหารเงินเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเปลี่ยนรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กลายเป็นความมั่นคง

1. คำนวณรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นจริง

อย่าเพิ่งรีบวางแผนใช้เงินจากยอดเงินเดือนใหม่ที่เห็นในสัญญาจ้าง เพราะยอดนั้นยังไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือเงินสมทบต่าง ๆ ลองคำนวณดูว่าเงินที่เหลือเข้ากระเป๋าจริง ๆ คือเท่าไหร่ และเงินส่วนนี้ควรถูกแบ่งไปออมเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะนำไปใช้จ่าย 

2. วางแผนการใช้จ่ายอย่างมีสติ

แทนที่จะใช้เงินเปลืองตามอำเภอใจ ให้กำหนดงบประมาณให้ชัดเจน แบ่งสัดส่วนให้ชัดว่าส่วนไหนคือ รางวัลชีวิต และส่วนไหนคือเงินลงทุน การมีวินัยจะช่วยให้สนุกกับเงินที่หามาได้โดยไม่รู้สึกผิดภายหลัง

3. สร้างเงินสำรองฉุกเฉิน

ทุกคนควรจะมีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งการถูกเลิกจ้างกะทันหันแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อที่จะเมื่อถึงเวลาฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องไปขอสินเชื่อหรือรูดบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูง ๆ 

4. เลือกสะสมประสบการณ์มากกว่าวัตถุ

หลายคนเลือกที่จะซื้อของสะสมเล็ก ๆ หรือซื้อของราคาแพง ๆ เพื่อเป็นของสะสมมากจนเกินไป ดังนั้น แทนที่จะหมดเงินไปกับสิ่งของที่เสื่อมมูลค่าตามกาลเวลา ลองเปลี่ยนมาลงทุนกับประสบการณ์ เช่น การเข้าคอร์สเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือการท่องเที่ยวที่สร้างความทรงจำร่วมกับครอบครัว ซึ่งส่งผลต่อความสุขในระยะยาวได้มากกว่า

5. ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบค่อยเป็นค่อยไป

การขยับมาตรฐานชีวิตที่รวดเร็วเกินไปมักมีค่าใช้จ่ายแฝงมหาศาลเสมอ ลองเลือกฉลองความสำเร็จอย่างพอเหมาะ เพื่อรักษาเป้าหมายการเงินระยะยาวเอาไว้ และจะได้มีเงินเก็บเพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมากขึ้น 

 

ให้รางวัลชีวิตด้วยบ้านเดี่ยวที่ยกระดับคุณภาพชีวิตจาก Maison Development

การมีรากฐานทางการเงินที่แข็งแรงจากการวางแผนอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้คุณมีอิสระในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนที่คุณรักในวันที่พร้อม หากคุณกำลังมองหาการให้รางวัลตัวเองที่คุ้มค่าและมั่นคงในรูปแบบที่อยู่อาศัยที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ขอแนะนำบ้านเดี่ยวโซนพระราม 2 จาก Maison Development อย่างโครงการ Morgen (บางขุนเทียน-พระราม2) ที่มอบฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว บนทำเลศักยภาพที่คุ้มค่าต่อการครอบครอง ให้ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหามาได้กลายเป็นความมั่นคงและความสุขที่ส่งต่อให้คนในครอบครัวได้อย่างแท้จริง 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อเยี่ยมชมโครงการ โทร  02-2953397-8  

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Lifestyle Inflation: เมื่อรสนิยมสูงเกินรายได้. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 จาก https://www.finnomena.com/finspace/lifestyle-inflation/
  2. Lifestyle Inflation: Definition, Examples, and How to Avoid It. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 จาก https://www.investopedia.com/terms/l/lifestyle-inflation.asp

Related Posts

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า